เวลาที่ได้คืนเมื่อเลิกสูบบุหรี่

ก่อนที่ผมจะเลิก วันของผมถูกหั่นออกเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าบุหรี่ หลังจากเลิกแล้ว ช่วงยาวๆ ของชีวิตก็ยังคงอยู่ครบ
เวลาสามชั่วโมงหายไปไหน
ช่วงที่ผมสูบหนักที่สุด ผมสูบบุหรี่วันละประมาณ 40 มวน ผมเริ่มตอนอายุ 19 และสูบต่อเนื่องมา 27 ปี ตัวเลขนั้นเลยไม่ดูแปลกสำหรับผมอีกต่อไป มันดูปกติ นั่นคือวิธีที่นิสัยหนึ่งปล้นเราไปอย่างแนบเนียน
บุหรี่หนึ่งมวนไม่เคยกินเวลาแค่ไม่กี่นาทีตอนสูบเท่านั้น มันกินเวลาตอนก่อนสูบด้วย ตอนที่ผมเริ่มคิดจะถอยออกไปแล้ว มันกินตอนเดินไปที่ระเบียงหรือหน้าต่าง มันกินตอนหยิบไฟแช็ก สูบครั้งแรก สูบครั้งสุดท้าย ช่วงหยุดเล็กๆ หลังจากนั้น การล้างมือ และตอนกลับไปทำสิ่งที่ผมขัดจังหวะไว้ พอเอาไปคูณกับ 40 มวน นิสัยนี้ก็กำลังกินเวลาผมไปราว 3 ชั่วโมงต่อวัน
ผมเห็นการขโมยเวลานี้ชัดที่สุดตอนทำงาน ผมสูบบุหรี่ในออฟฟิศอยู่นานหลายปี จนสุดท้ายเพื่อนร่วมงานก็เลิกสังเกตแล้ว พอจบสายโทรศัพท์ที่ยากลำบาก ผมก็เดินไปที่หน้าต่างได้ครึ่งทางแล้ว อีเมลฉบับหนึ่งต้องใช้ความพยายาม ผมเลยให้รางวัลตัวเองด้วยการพัก ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่การพักเลย พอถึงมื้อกลางวัน วันทั้งวันก็ดูเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ งานก็ยังเสร็จอยู่ แต่มันเกิดขึ้นคั่นอยู่ระหว่างการลุกออกไปแต่ละครั้ง
ที่บ้านก็ไม่ต่างกัน ชาก็เย็นชืด หนังถูกแบ่งออกเป็นสองท่อน มื้อเย็นเหมือนมีเครื่องหมายจุลภาคที่มองไม่เห็นคั่นอยู่ เพราะผมยังคงลุกออกไปเรื่อยๆ ภรรยาผมก็สูบบุหรี่เหมือนกัน พิธีกรรมนี้เลยมีคนร่วมทำ ซึ่งทำให้มันดูไม่เป็นอันตราย พอคนสองคนใช้รูปแบบเดียวกัน มันก็เริ่มดูเหมือนชีวิตผู้ใหญ่ปกติ
สิ่งที่ได้กลับคืนมา
ผมคาดว่าเวลาที่ได้คืนจากการเลิกสูบบุหรี่จะต้องรู้สึกยิ่งใหญ่ ผมนึกว่าตัวเองจะเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น และเปลี่ยนไปทันที แต่สิ่งที่กลับคืนมานั้นเงียบกว่า และดีกว่านั้น
สิ่งแรกที่ผมสังเกตได้คือความต่อเนื่อง ผมดื่มกาแฟตอนที่มันยังร้อนได้ ผมทำงานชิ้นหนึ่งให้เสร็จโดยไม่ต้องวางแผนการหนีครั้งต่อไปไว้ก่อน ผมนั่งฟังบทสนทนาทั้งหมดได้โดยที่ส่วนหนึ่งของสมองไม่ต้องคอยเหลือบดูนาฬิกา สำหรับผม นั่นแหละคือความหมายของการได้เวลาคืนหลังเลิกสูบบุหรี่ ไม่ใช่แค่เวลาว่างบนกระดาษ แต่คือความตั้งใจที่ไม่ขาดช่วง
เช้าวันเสาร์วันหนึ่งทำให้เรื่องนี้ชัดเจน ภรรยาผมอยู่ในครัว ลูกชายของผมซึ่งตอนนี้อายุ 22 ปี กำลังคุยอยู่จากห้องถัดไป ผมนั่งดื่มกาแฟกับหนังสือพิมพ์ และไม่มีส่วนไหนของฉากนั้นเรียกให้ผมลุกขึ้นไปทำตามความเคยชิน ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เกิดขึ้น นั่นแหละคือประเด็น ช่วงเวลาธรรมดาๆ ยังคงอยู่ครบ
สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นนอกบ้านด้วย การขับรถไม่ต้องวางแผนว่าจะจอดตรงไหนอีกแล้ว การออกไปกินข้าวข้างนอกก็ไม่ใช่การกวาดสายตามองหาจังหวะที่จะหายตัวไปอีกต่อไป แม้แต่การเดินเล่นสั้นๆ ก็ยังรู้สึกยาวขึ้น เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินเอง ไม่ใช่ของบุหรี่ที่เคยเป็นกรอบให้มัน
ประโยชน์ที่แท้จริงไม่ใช่ประสิทธิภาพ
3 ชั่วโมงต่อวันสะสมเร็วมาก ในหนึ่งสัปดาห์นั่นคือ 21 ชั่วโมง หนึ่งเดือนมันกลายเป็นเวลามากพอจนรู้สึกน่าอาย แต่ผมไม่มองว่านั่นคือประสิทธิภาพที่ได้กลับคืนมา ผมมองว่ามันคือชีวิตที่ได้กลับคืนมา
การสูบบุหรี่ฝึกให้ผมใช้ชีวิตเป็นชิ้นๆ เริ่มงานหนึ่งอย่าง หยุด ต่อ กลับไปทำ ออกไปข้างนอก กลับมา พูดว่า “เดี๋ยวเดียว” กับคนที่ผมรัก ลุกจากโต๊ะ ออกจากห้อง ออกจากช่วงเวลานั้น พอผ่านไปหลายปี จังหวะแบบนั้นก็เริ่มดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่มันไม่ใช่ธรรมชาติ มันคือการพึ่งพาที่หั่นวันออกเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดนิโคติน
พอการหั่นหยุดลง ผมก็ไม่ได้เติมทุกชั่วโมงว่างให้เต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ บางครั้งผมแค่นั่งอยู่บนโซฟาและดูหนังทั้งเรื่อง บางครั้งกินข้าวเสร็จแล้วก็นั่งอยู่ตรงนั้นต่อ บางครั้งผมทำงานตลอดช่วงบ่ายโดยไม่มีเส้นบางๆ ของความหงุดหงิดคอยดึงผมไปที่ประตู สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กๆ จนกว่าคุณจะขาดมันไปนานถึง 27 ปี
ภรรยาผมก็สังเกตการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกันตอนเธอเลิกสูบบุหรี่ บ้านเงียบลง ไม่ใช่เงียบสนิท แค่ถูกขัดจังหวะน้อยลง มื้ออาหารก็ยังเป็นมื้ออาหาร เย็นวันหนึ่งก็ยังเป็นเย็นวันหนึ่ง เราไม่ต้องจัดชีวิตปกติทั้งหมดรอบข้ออ้างถัดไปที่จะลุกออกไปห้านาที ซึ่งมักจะยืดเกินห้านาทีเสมอ
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญตอนนี้
ผมยังนึกถึงปอด หัวใจ บันได และเรื่องทั้งหมดนั้น แต่เวลาคือประโยชน์ที่ผมรู้สึกได้เป็นการส่วนตัวที่สุด เพราะมันส่งผลต่อทุกอย่าง
เมื่อสูบบุหรี่วันละ 40 มวน นิสัยนี้ไม่ได้แค่ทำร้ายร่างกายผม มันกำลังยึดปฏิทินของผมไปด้วย มันทำให้เส้นแบ่งที่ชัดเจนของงาน การพักผ่อน มื้ออาหาร บทสนทนา การนั่งรถ และสุดสัปดาห์ เลือนหายไป มันทำให้ผมค่อยๆ ละทิ้งชีวิตของตัวเองไปทีละงวดเล็กๆ
สิ่งนั้นหยุดลง ไม่ใช่ด้วยฉากจบอันยิ่งใหญ่เหมือนในหนัง แค่ค่อยๆ อย่างต่อเนื่อง จนวันหนึ่งผมหันมามองรอบตัวแล้วเห็นชั่วโมงเต็มๆ ที่เมื่อก่อนเคยมีบุหรี่อยู่ตรงนั้น มันไม่ใช่ชั่วโมงที่น่าตื่นตา แต่มันเป็นของผม
ถ้าคุณพร้อมสำหรับมากกว่าการอ่านบทความนี้ J. Freeman ได้วางเส้นทางทั้งหมดไว้ในคู่มือของเขา ทีละขั้น และตามจังหวะของคุณเอง มันมีราคาพอๆ กับบุหรี่ไม่กี่ซอง ซึ่งเป็นการตัดสินใจเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการปล่อยให้นิสัยนี้กินเวลาในปฏิทินของคุณไปอีกหนึ่งปี
🚀 พร้อมจะเลิกสูบบุหรี่แล้วหรือยัง?
ไฟล์ PDF SmokingBye เป็นแนวทางค่อยเป็นค่อยไปอย่างสบายใจ ลดนิโคตินทีละขั้น โดยไม่กดดันและไม่เสี่ยงกลับไปสูบซ้ำ
ดูแผนและเริ่มวันนี้

